Chlorpheniramine

ระดับหลักฐาน: L2 ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 10 รายการ

สารบัญ

  1. Chlorpheniramine
  2. Chlorpheniramine: จากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ สู่ ลมพิษจากการแพ้
    1. สรุปสั้นๆ
    2. ภาพรวมฉบับย่อ
    3. ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
    4. หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
    5. หลักฐานจากวรรณกรรม
    6. ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
    7. สรุปและขั้นตอนถัดไป
    8. ประเมินเส้นทางการขอขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย โดยพิจารณาจากการนำเข้าหรือการยื่นทะเบียนยาใหม่

## รายงานการประเมินของเภสัชกร

Chlorpheniramine: จากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ สู่ ลมพิษจากการแพ้

สรุปสั้นๆ

Chlorpheniramine เป็นยาต้านฮิสตามีน H1 รุ่นแรกกลุ่ม Alkylamine ที่ใช้มาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นหลักสำหรับบรรเทาอาการหวัดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โมเดล TxGNN คาดการณ์ว่ายาตัวนี้อาจมีประสิทธิผลในการรักษา โรคลมพิษจากการแพ้ (Allergic Urticaria) ด้วยคะแนนความเชื่อมั่น 99.76% ปัจจุบันมี การทดลองทางคลินิก 3 รายการ สนับสนุนแนวทางนี้ แม้จะยังไม่มีวรรณกรรม PubMed เฉพาะเจาะจงสำหรับข้อบ่งใช้นี้


ภาพรวมฉบับย่อ

รายการ เนื้อหา
ข้อบ่งใช้เดิม โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ / อาการหวัด (ไม่มีทะเบียนในไทย)
ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย โรคลมพิษจากการแพ้ (Allergic Urticaria)
คะแนนการทำนาย TxGNN 99.76%
ระดับหลักฐาน L2
สถานะการวางจำหน่ายในไทย ✗ ยังไม่มีการวางจำหน่าย
จำนวนใบอนุญาต 0
คำแนะนำในการตัดสินใจ Proceed with Guardrails

ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?

ปัจจุบันยังขาดข้อมูลกลไกการออกฤทธิ์โดยละเอียดจากฐานข้อมูล DrugBank อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานในวรรณกรรม Chlorpheniramine เป็น ยาต้านฮิสตามีน H1 รุ่นแรกกลุ่ม Alkylamine ที่ออกฤทธิ์แข่งขัน (Competitive antagonism) กับ Histamine ที่ตัวรับ H1 บนผนังหลอดเลือดและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ขัดขวางการเพิ่มการซึมผ่านของหลอดเลือดและการก่อตัวของ Wheal/Flare นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) ช่วยยับยั้งการหลั่งของต่อมต่างๆ รอง

โรคลมพิษจากการแพ้ (Allergic Urticaria) มีกลไกหลักคือ IgE-mediated activation ของ Mast cells ซึ่งนำไปสู่การหลั่ง Histamine จำนวนมาก ก่อให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและการรั่วซึมของ plasma ออกนอกหลอดเลือดในชั้นผิวหนัง กลไกการบล็อก H1 receptor ของ Chlorpheniramine จึงตรงกับพยาธิวิทยาหลักของโรคนี้โดยตรง และ repurposing_rationale ในชุดข้อมูลนี้ระบุชัดว่า "ความเชื่อมโยงกลไกสูงมาก"

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโรคลมพิษจากการแพ้ต่างขับเคลื่อนโดย Histamine-mediated allergic cascade เหมือนกัน ความแตกต่างอยู่เพียงอวัยวะเป้าหมาย (nasal mucosa vs. skin dermis) แต่กลไกระดับโมเลกุลร่วมกัน การขยายขอบเขตจากข้อบ่งใช้หนึ่งสู่อีกข้อบ่งใช้หนึ่งภายในกลุ่มโรคภูมิแพ้จึงมีรากฐานทางวิทยาศาสตร์แข็งแกร่ง


หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก

หมายเลขการทดลอง ระยะ สถานะ จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์หลัก
NCT01293201 Phase 3 เสร็จสิ้น 290 RCT หลายศูนย์ Double-blind ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลของ STAHIST (Pseudoephedrine + Chlorpheniramine + Belladonna alkaloid) ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล อายุ ≥12 ปี
NCT03296358 N/A เสร็จสิ้น 75 RCT Double-blind ประเมินการเพิ่ม Corticosteroid ระยะสั้นร่วมกับการรักษามาตรฐานด้วย H1 Antihistamines ในผู้ป่วยลมพิษ
NCT02082054 Phase 2 ไม่ทราบ 125 ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผลของ Atropine หลายขนาดร่วมกับ Pseudoephedrine 120 mg / Chlorpheniramine 8 mg ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล อายุ ≥12 ปี

หลักฐานจากวรรณกรรม

ปัจจุบันยังไม่มีวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อบ่งใช้นี้


ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย

กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา


สรุปและขั้นตอนถัดไป

การตัดสินใจ: Proceed with Guardrails

เหตุผล: มีการทดลองทางคลินิก Phase 3 ที่เสร็จสมบูรณ์ 1 รายการ (NCT01293201, n=290) สนับสนุนการใช้ยาในกลุ่มโรคภูมิแพ้ ประกอบกับกลไก H1 blockade ที่ตรงกับพยาธิวิทยาหลักของโรคลมพิษจากการแพ้โดยตรง ระดับหลักฐาน L2 เพียงพอสำหรับการดำเนินการต่อภายใต้เงื่อนไข

หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:

  • รวบรวมข้อมูลกลไกการออกฤทธิ์ (MOA) จาก DrugBank API เพื่อเสริมความสมบูรณ์ของการวิเคราะห์
  • ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา (Package Insert) จาก TFDA หรือ FDA ต้นฉบับ เพื่อตรวจสอบคำเตือนและข้อห้ามใช้
  • ประเมินเส้นทางการขอขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย โดยพิจารณาจากการนำเข้าหรือการยื่นทะเบียนยาใหม่


กลับขึ้นด้านบน

Copyright © 2026 Yao.Care. รายงานนี้มีไว้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

This site uses Just the Docs, a documentation theme for Jekyll.