Diphenhydramine

ระดับหลักฐาน: L5 ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 10 รายการ

สารบัญ

  1. Diphenhydramine
  2. Diphenhydramine: จากยาต้านฮิสตามีน H1 สู่ Rosacea Conjunctivitis
    1. สรุปสั้นๆ
    2. ภาพรวมฉบับย่อ
    3. ข้อบ่งใช้ที่ทำนายทั้ง 10 รายการ
    4. ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
    5. หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
      1. Rosacea Conjunctivitis (อันดับ 1)
      2. Rhinitis (อันดับ 2)
      3. Allergic Urticaria (อันดับ 3)
      4. Trigeminal Autonomic Cephalalgia (อันดับ 9)
    6. หลักฐานจากวรรณกรรม
      1. Rhinitis (อันดับ 2)
      2. Allergic Urticaria (อันดับ 3)
      3. Trigeminal Autonomic Cephalalgia (อันดับ 9)
      4. Nasopharyngitis (อันดับ 6)
    7. ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
    8. สรุปและขั้นตอนถัดไป
    9. เปรียบเทียบข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบกับยาต้านฮิสตามีนรุ่นใหม่ที่มีทะเบียนในไทยแล้ว ก่อนพิจารณาการลงทุนพัฒนาตลาด

## รายงานการประเมินของเภสัชกร

ใช้ txgnn-pipeline เพื่อตรวจสอบ context ก่อนสร้างรายงาน TxGNN Drug Repurposing Assessment ✓


Diphenhydramine: จากยาต้านฮิสตามีน H1 สู่ Rosacea Conjunctivitis

สรุปสั้นๆ

Diphenhydramine เป็นยาต้านฮิสตามีน H1 รุ่นแรก (first-generation antihistamine) ที่รู้จักในชื่อการค้า Benadryl ซึ่งใช้รักษาอาการแพ้ อาการคัน และนอนไม่หลับมาหลายทศวรรษ — แม้ยังไม่มีทะเบียนยาในประเทศไทย โมเดล TxGNN คาดการณ์ 10 ข้อบ่งใช้ใหม่ โดยอันดับ 1 คือ Rosacea Conjunctivitis (99.20%) ซึ่งยังไม่มีหลักฐานสนับสนุน ขณะที่ Rhinitis (อันดับ 2) และ Allergic Urticaria (อันดับ 3) ต่างมีหลักฐานระดับ L2 พร้อมการทดลองทางคลินิก Phase 3–4 โดยตรง ปัจจุบันพบ การทดลองทางคลินิก 7 รายการ และ วรรณกรรม 18 ฉบับ สำหรับ Rhinitis รวมถึง 3 รายการ และ 19 ฉบับ สำหรับ Allergic Urticaria ที่สนับสนุนแนวทางนี้


ภาพรวมฉบับย่อ

รายการ เนื้อหา
ข้อบ่งใช้เดิม ยาต้านฮิสตามีน H1 รุ่นแรก (ไม่มีทะเบียนในประเทศไทย)
ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย (อันดับ 1) Rosacea Conjunctivitis
คะแนนการทำนาย TxGNN 99.20%
ระดับหลักฐาน L5 (อันดับ 1)
สถานะการวางจำหน่ายในไทย ✗ ยังไม่มีทะเบียนในประเทศไทย
จำนวนใบอนุญาต 0 รายการ
คำแนะนำในการตัดสินใจ Hold (อันดับ 1) / Proceed with Guardrails (Rhinitis & Allergic Urticaria)

ข้อบ่งใช้ที่ทำนายทั้ง 10 รายการ

อันดับ ข้อบ่งใช้ คะแนน TxGNN ระดับหลักฐาน คำแนะนำ
1 Rosacea Conjunctivitis 99.20% L5 Hold
2 Rhinitis 98.35% L2 Proceed with Guardrails
3 Allergic Urticaria 98.24% L2 Proceed with Guardrails
4 Cold Urticaria 95.92% L5 Hold
5 Cauda Equina Syndrome 95.57% L5 Hold
6 Nasopharyngitis 94.96% L4 Hold
7 Viral Conjunctivitis 93.97% L5 Hold
8 Neuralgia 92.30% L4 Hold
9 Trigeminal Autonomic Cephalalgia 92.25% L3 Research Question
10 Glossodynia 92.08% L5 Hold

ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?

แม้ข้อมูล MOA อย่างเป็นทางการจาก DrugBank ยังไม่พร้อม แต่จากวรรณกรรมที่รวบรวมได้ Diphenhydramine ทำงานในฐานะ H1 receptor antagonist แบบ competitive จับกับตัวรับ H1 บนมาสตเซลล์ บาโซฟิล หลอดเลือด และเซลล์ประสาท ยับยั้งการตอบสนองทางภูมิแพ้ที่ฮิสตามีนเป็นตัวกลาง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก (anticholinergic) และกดประสาทส่วนกลาง ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงง่วงซึมที่เป็นที่รู้จักดี

สำหรับ Rosacea Conjunctivitis (อันดับ 1): การอักเสบของเยื่อบุตาในโรค Rosacea มีกลไกซับซ้อน รวมถึง innate immunity และ neurogenic inflammation ในทางทฤษฎี H1 blockade อาจยับยั้งฮิสตามีนจากมาสตเซลล์บริเวณเยื่อบุตา ลดอาการตาแดง น้ำตาไหล และไม่สบายตา อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงนี้ยังเป็นเพียงการอนุมานทางกลไก ไม่มีหลักฐานทางคลินิกหรือวรรณกรรมรองรับโดยตรงในปัจจุบัน

สำหรับ Rhinitis (อันดับ 2) และ Allergic Urticaria (อันดับ 3): กลไกมีความชัดเจนและพิสูจน์แล้ว — Diphenhydramine บล็อก H1 receptors บนเยื่อบุจมูกและผิวหนัง ยับยั้งการขยายหลอดเลือด การหลั่งเมือก อาการคัน และการเกิดผื่นลมพิษ ซึ่งเป็นกลไกคลาสสิกที่ยืนยันด้วย RCT Phase 4 ขนาดใหญ่ (N=1,021) สำหรับ Rhinitis และ Phase 3 pilot สำหรับ Acute Urticaria ทั้งสองข้อบ่งใช้นี้คือการใช้งานที่ยอมรับสากลของ Diphenhydramine อยู่แล้ว — TxGNN กำลัง ยืนยัน การใช้งานที่มีอยู่ ไม่ใช่การค้นพบใหม่


หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก

Rosacea Conjunctivitis (อันดับ 1)

ปัจจุบันยังไม่มีการลงทะเบียนการทดลองทางคลินิกที่เกี่ยวข้อง


Rhinitis (อันดับ 2)

หมายเลขการทดลอง ระยะ สถานะ จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์หลัก
NCT00648973 Phase 4 เสร็จสิ้น 1,021 ประเมิน Diphenhydramine 25mg และ 50mg บรรเทาอาการคัดจมูกใน Seasonal Allergic Rhinitis เทียบกับ Pseudoephedrine และยาหลอก — ผลตรงตัวสำหรับยาและโรคนี้
NCT00599872 Phase 3 เสร็จสิ้น 430 ศึกษาขนาดยา SLIT สำหรับ Allergic Rhinoconjunctivitis จากละอองเกสร Ragweed (Diphenhydramine เป็น rescue medication)
NCT05586477 Phase 4 เสร็จสิ้น 20 ผล Diphenhydramine ต่อการตอบสนองควบคุมอุณหภูมิระหว่างออกกำลังกาย ในกลุ่มผู้ป่วย Rhinitis (ข้อมูลพื้นหลังฤทธิ์ยา)
NCT00762749 Phase 1 เสร็จสิ้น 36 เภสัชจลนศาสตร์ของ Diphenhydramine ในเด็ก (2–12 ปี) และวัยรุ่น (12–18 ปี) — ข้อมูลขนาดยา
NCT06217367 Phase 4 ไม่ทราบ 16 ยาต้านฮิสตามีน OTC รวม Diphenhydramine กับการตอบสนองควบคุมอุณหภูมิระหว่างความร้อน

Allergic Urticaria (อันดับ 3)

หมายเลขการทดลอง ระยะ สถานะ จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์หลัก
NCT02023164 Phase 3 เสร็จสิ้น 36 เปรียบเทียบ IV Cetirizine กับ IV Diphenhydramine 50mg โดยตรงสำหรับ Acute Urticaria ในแผนกฉุกเฉิน — ยาและโรคตรงประเด็นที่สุด

Trigeminal Autonomic Cephalalgia (อันดับ 9)

หมายเลขการทดลอง ระยะ สถานะ จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์หลัก
NCT01406860 N/A ยุติก่อนกำหนด 19 Metoclopramide + Diphenhydramine เทียบกับ Droperidol สำหรับปวดหัวปฐมภูมิในแผนกฉุกเฉิน — Diphenhydramine เป็นหนึ่งในยาที่ศึกษาโดยตรง แม้หยุดก่อนกำหนด

หลักฐานจากวรรณกรรม

Rhinitis (อันดับ 2)

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
16680933 2006 RCT Ann Allergy Asthma Immunol Diphenhydramine มีประสิทธิผลบรรเทาอาการ Seasonal Allergic Rhinitis ระดับปานกลาง-รุนแรง เทียบได้กับ Desloratadine
8634878 1996 RCT Ann Allergy Asthma Immunol Diphenhydramine บรรเทาอาการ SAR แต่ลดความสามารถการเรียนรู้เมื่อเทียบกับยาต้านฮิสตามีนไม่ทำให้ง่วง
14582817 2003 RCT Ann Allergy Asthma Immunol Diphenhydramine ลดความตื่นตัวและสมรรถภาพทางปัญญาระหว่างรักษา Ragweed-induced Allergic Rhinitis เทียบกับ Desloratadine
36420548 2022 Cohort Tokai J Exp Clin Med Diphenhydramine ผ่านผิวจมูก (transdermal nasal ala) มีประสิทธิผลและปลอดภัยสำหรับ Allergic Rhinitis ร่วมกับโรคหอบหืด
40152721 2025 Review Med Lett Drugs Ther แนวทางการรักษา Allergic Rhinitis และ Allergic Conjunctivitis ปี 2025
31582993 2019 Review Allergy Asthma Clin Immunol CSACI Position Statement: H1-antihistamines รุ่นใหม่ปลอดภัยกว่าสำหรับ Allergic Rhinitis (Diphenhydramine มีผลข้างเคียงง่วง, anticholinergic สูง)
16278258 2005 Review Ann Pharmacother ทบทวนประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรกและรุ่นใหม่สำหรับ Allergic Rhinitis และ CIU
33848281 2021 Review Med Lett Drugs Ther แนวทางการใช้ยาสำหรับ Allergic Rhinitis และ Allergic Conjunctivitis
40717751 2025 Review J Pediatr Pharmacol Ther ทบทวนการใช้งานทางคลินิกและโปรไฟล์ผลข้างเคียงของ Diphenhydramine ครอบคลุม Anaphylaxis, Urticaria และ Allergic Rhinitis
36759413 2023 Animal AAPS PharmSciTech Diphenhydramine nasal nano-gel/nano-emulgel ปรับปรุงการซึมผ่านเยื่อจมูกและยับยั้งอาการ Allergic Rhinitis ในสัตว์ทดลอง

Allergic Urticaria (อันดับ 3)

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
16278258 2005 Review Ann Pharmacother ยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรก (รวม Diphenhydramine) เคยเป็นยาหลักสำหรับ Chronic Idiopathic Urticaria ก่อนยุครุ่นใหม่
28913986 2017 Review Allergy Asthma Immunol Res Chronic Spontaneous Urticaria: Diphenhydramine เป็น H1-blocker แนวแรกในอดีต ปัจจุบันมักใช้ Second-generation AH สูงสุด 4 เท่า/วัน
31582993 2019 Review Allergy Asthma Clin Immunol Diphenhydramine และ Hydroxyzine มีผลข้างเคียงสำคัญ (sedation, anticholinergic, cardiac risk) เมื่อใช้รักษา Urticaria
34862952 2022 Review Adv Ther บทบาทของ IV Cetirizine เปรียบเทียบกับ IV Diphenhydramine — Diphenhydramine ยังคงเป็น IV antihistamine เพียงชนิดเดียวที่ FDA อนุมัติก่อน Cetirizine IV ปี 2019
40717751 2025 Review J Pediatr Pharmacol Ther Diphenhydramine ใช้รักษา Anaphylaxis, Urticaria และ Allergic Rhinitis เป็นหลัก พร้อมข้อควรระวังการให้ IV อย่างรวดเร็ว
12113226 2002 Review Clin Allergy Immunol หลักฐานระดับ 1 สนับสนุนประสิทธิผล H1-antihistamines (รวม Diphenhydramine) ใน Allergic Rhinoconjunctivitis ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Trigeminal Autonomic Cephalalgia (อันดับ 9)

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
29395690 2018 Review J Emerg Med แนวทางการจัดการปวดหัวไม่อันตรายในแผนกฉุกเฉิน รวมสูตร Metoclopramide + Diphenhydramine เป็นตัวเลือกหลัก
14909468 1952 Case series Lahey Clin Bull รายงานทางคลินิก: Benadryl (Diphenhydramine) บรรเทา Histamine Headache ได้อย่างมีนัยสำคัญ
20270600 1947 Animal J Allergy Benadryl แสดงฤทธิ์ป้องกัน Experimental Histamine Headache ในแบบจำลองสัตว์ — รากฐานกลไกทางประวัติศาสตร์
18123681 1949 Case series US Naval Med Bull กรณีศึกษา: Benadryl บรรเทา Histamine Headache — ข้อมูลประวัติศาสตร์สนับสนุน H1 blockade ต่อปวดหัวจากฮิสตามีน

Nasopharyngitis (อันดับ 6)

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
17560664 2007 RCT Int J Pediatr Otorhinolaryngol Antihistamine + Decongestant + Acetaminophen ไม่ได้มีประสิทธิผลเหนือกว่า Acetaminophen เดี่ยวในการรักษา Acute Nasopharyngitis ในเด็ก

ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย

กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา

หมายเหตุ: ข้อมูลคำเตือน ข้อห้ามใช้ และปฏิกิริยาระหว่างยาจาก TFDA ยังไม่พร้อม ควรดาวน์โหลดเอกสารกำกับยาจาก FDA สหรัฐอเมริกา (DailyMed) หรือ EMA ก่อนพิจารณาใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อควรระวังเรื่องผลข้างเคียงง่วงซึม ฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก และความเสี่ยงในผู้สูงอายุ


สรุปและขั้นตอนถัดไป

การตัดสินใจ: Hold (อันดับ 1 — Rosacea Conjunctivitis) / Proceed with Guardrails (อันดับ 2–3 — Rhinitis & Allergic Urticaria)

เหตุผล: สำหรับ Rosacea Conjunctivitis กลไก H1 blockade มีความสมเหตุสมผลทางทฤษฎี แต่ยังไม่มีหลักฐานคลินิกหรือวรรณกรรมรองรับแม้แต่ฉบับเดียว การดำเนินการต้องรอหลักฐานเบื้องต้นก่อน สำหรับ Rhinitis และ Allergic Urticaria มีการทดลองทางคลินิก Phase 3–4 สนับสนุนโดยตรง อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของ Diphenhydramine (ง่วงซึม, anticholinergic) เมื่อเปรียบเทียบกับยาต้านฮิสตามีนรุ่นใหม่ที่ปลอดภัยกว่า รวมทั้งยังไม่มีทะเบียนในประเทศไทย

หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:

  • ยื่นขอทะเบียนยาต่อ อย. (TFDA) โดยรวบรวมเอกสารจากประเทศต้นทาง
  • ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา (สหรัฐฯ/EU) เพื่อประเมินคำเตือนและข้อห้ามใช้ (แก้ไข Data Gap DG001)
  • สืบค้น MOA โดยละเอียดจาก DrugBank API (แก้ไข Data Gap DG002)
  • สำหรับ Rosacea Conjunctivitis: ออกแบบการศึกษา Proof-of-Concept ขนาดเล็ก เพื่อประเมินประสิทธิผลในเยื่อบุตาก่อนพิจารณาดำเนินการทางคลินิก
  • สำหรับ Trigeminal Autonomic Cephalalgia (L3, Research Question): พิจารณาออกแบบการศึกษาแบบ Observational เพื่อทดสอบสูตร Metoclopramide + Diphenhydramine ในโรคปวดหัวกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
  • เปรียบเทียบข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบกับยาต้านฮิสตามีนรุ่นใหม่ที่มีทะเบียนในไทยแล้ว ก่อนพิจารณาการลงทุนพัฒนาตลาด


กลับขึ้นด้านบน

Copyright © 2026 Yao.Care. รายงานนี้มีไว้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

This site uses Just the Docs, a documentation theme for Jekyll.