Rifampicin
| ระดับหลักฐาน: L3 | ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 10 รายการ |
สารบัญ
Using txgnn-pipeline skill — confirmed applicable. Now generating the report based on the Evidence Pack.
Rifampicin: จากวัณโรคสู่เยื่อบุตาอักเสบ
สรุปสั้นๆ
Rifampicin เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่ม rifamycin ที่ใช้เป็นยาหลักในการรักษาวัณโรค (Tuberculosis) และการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงชนิดอื่น เช่น โรคเรื้อน (Leprosy) ทั่วโลก โมเดล TxGNN คาดการณ์ว่าอาจมีผลต่อ เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) ปัจจุบันยังไม่มีการทดลองทางคลินิกที่ลงทะเบียนโดยตรง แต่มี วรรณกรรม 20 ฉบับ สนับสนุนแนวทางนี้ รวมถึง RCT ที่ใช้ยาหยอดตา Rifampicin ในผู้ป่วยโรคทราโคมาจากปี 1975
ภาพรวมฉบับย่อ
| รายการ | เนื้อหา |
|---|---|
| ข้อบ่งใช้เดิม | วัณโรค (Tuberculosis) และการติดเชื้อแบคทีเรีย |
| ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย | เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) |
| คะแนนการทำนาย TxGNN | 99.95% |
| ระดับหลักฐาน | L3 |
| สถานะการวางจำหน่ายในไทย | ✗ ยังไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย |
| จำนวนใบอนุญาต | 0 รายการ |
| คำแนะนำในการตัดสินใจ | Hold |
ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
Rifampicin ออกฤทธิ์โดยยับยั้ง RNA polymerase beta subunit ของแบคทีเรียอย่างจำเพาะ ส่งผลให้หยุดการสังเคราะห์ RNA และหยุดการเพิ่มจำนวนของเชื้อ กลไกนี้มีประสิทธิภาพสูงต่อเชื้อก่อโรคหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของเยื่อบุตาอักเสบติดเชื้อ ได้แก่ Chlamydia trachomatis (สาเหตุหลักของโรคทราโคมา), Neisseria meningitidis (เยื่อบุตาอักเสบจากเมนิงโกค็อกคัส) และ Bartonella henselae (กลุ่มอาการ Parinaud oculoglandular ในโรค Cat-scratch disease)
ความเชื่อมโยงระหว่างข้อบ่งใช้เดิม (วัณโรค) และข้อบ่งใช้ใหม่ (เยื่อบุตาอักเสบ) อยู่ที่ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียกว้างขวาง Rifampicin มีฤทธิ์สูงสุดในบรรดายาปฏิชีวนะที่ทดสอบต่อ C. trachomatis (เมื่อเทียบตามน้ำหนักยา) ซึ่งถือเป็นเชื้อสำคัญในการก่อโรคตาแดงชนิดทราโคมา โรคที่ยังคงเป็นสาเหตุหลักของตาบอดที่ป้องกันได้ในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลักฐานทางคลินิกเบื้องต้นมีการยืนยันแล้วในการทดลองแบบสุ่มที่ควบคุม (RCT) ในตูนิเซียปี 1975 โดยใช้ยาขี้ผึ้งตา Rifampicin 1% วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 10 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับ Tetracycline และ Boric acid สำหรับรักษาโรคทราโคมาในเด็กนักเรียน อย่างไรก็ดี การทดลองทางคลินิกสมัยใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน GCP ด้วยสูตรยาตาที่ผ่านการพัฒนาและรับรองยังคงขาดแคลนอยู่มาก
หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
ปัจจุบันยังไม่มีการลงทะเบียนการทดลองทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับ Rifampicin สำหรับการรักษาเยื่อบุตาอักเสบโดยตรง
หลักฐานจากวรรณกรรม
| PMID | ปี | ประเภท | วารสาร | ผลลัพธ์หลัก |
|---|---|---|---|---|
| 1096630 | 1975 | RCT | American Journal of Ophthalmology | Rifampicin 1% ointment เทียบกับ Tetracycline และ Boric acid ในเด็กที่เป็นโรคทราโคมาในตูนิเซีย ใช้วันละ 2 ครั้งนาน 10 สัปดาห์ — เป็นหลักฐาน RCT โดยตรงที่สำคัญที่สุด |
| 33457332 | 2020 | Cohort | Advanced Biomedical Research | ประเมินสาเหตุของเชื้อแบคทีเรียและรูปแบบความไวต่อยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยเยื่อบุตาอักเสบในอิหร่าน |
| 30347565 | 2018 | Cohort | Chinese Journal of Ophthalmology | ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง genotype (MLST) และความไวต่อยาของ S. aureus ที่แยกได้จากผู้ป่วยแผลกระจกตาและเยื่อบุตาอักเสบ |
| 15228931 | 2004 | Cohort | Anales de Pediatría | สำรวจสาเหตุและรูปแบบความไวต่อยาปฏิชีวนะของเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียในเด็ก เพื่อสนับสนุนการรักษาเชิงประจักษ์ |
| 21484175 | 2011 | Cohort | Journal of Ophthalmic Inflammation and Infection | ศึกษา bacteriology, antibiotic resistance patterns และ plasmid profiles ของเชื้อก่อเยื่อบุตาอักเสบในไนจีเรีย |
| 8363150 | 1993 | Cohort | Anales Españoles de Pediatría | เยื่อบุตาอักเสบในทารกแรกเกิด 50 ราย พบ 84% มีการเพาะเชื้อบวก เชื้อสำคัญได้แก่ S. epidermidis, S. aureus, S. pneumoniae, Chlamydia |
| 6635446 | 1983 | Review | Reviews of Infectious Diseases | Rifampin มีฤทธิ์สูงสุดต่อ C. trachomatis บนน้ำหนักยา และมีประสิทธิผลเทียบเท่า tetracyclines ทั้งในการรักษาทางเดินปัสสาวะและการรักษาโรคทราโคมาแบบทาเฉพาะที่ |
| 5005929 | 1971 | Review | Annals of Ophthalmology | ทบทวนการใช้ Rifampicin ในทางจักษุวิทยาตั้งแต่ยุคแรกของการนำยามาใช้ |
| 14686993 | 2003 | Case series | Clinical Microbiology and Infection | รายงาน Primary meningococcal conjunctivitis ในเด็กชาย 6 ขวบ ได้รับการรักษาด้วย rifampin ระบบหลังยืนยันการวินิจฉัย ไม่พบภาวะแทรกซ้อน |
| 10537781 | 1999 | Case series | Current Opinion in Ophthalmology | อาการทางตาของ Cat-scratch disease จาก B. henselae รวมถึง Parinaud's oculoglandular syndrome — บริบทที่ rifampicin ถูกพิจารณาใช้ |
ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย
Rifampicin ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) จากการสืบค้นฐานข้อมูล TFDA ไม่พบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องแม้แต่รายการเดียว หากต้องการนำยามาใช้ในประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนก่อน
ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา
สรุปและขั้นตอนถัดไป
การตัดสินใจ: Hold
เหตุผล: หลักฐานอยู่ในระดับ L3 — มี RCT จากปี 1975 สำหรับยาหยอดตาในโรคทราโคมาและการศึกษาเชิงสังเกตหลายฉบับ แต่ยังขาดการทดลองทางคลินิกสมัยใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน GCP นอกจากนี้ยา Rifampicin ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย และข้อมูลความปลอดภัย (MOA, คำเตือน, ข้อห้ามใช้) ยังไม่ครบถ้วน
หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:
- ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา TFDA เพื่อรับข้อมูลคำเตือนและข้อห้ามใช้ (Data Gap DG001)
- สืบค้นกลไกการออกฤทธิ์โดยละเอียดจาก DrugBank API (Data Gap DG002)
- ออกแบบและดำเนินการทดลองทางคลินิกสำหรับสูตรยาหยอดตา Rifampicin ในผู้ป่วยเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียตามมาตรฐานสมัยใหม่
-
ประเมินความเป็นไปได้ในการขอขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยก่อนนำไปใช้ทางคลินิก