Rifampicin

ระดับหลักฐาน: L3 ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 10 รายการ

สารบัญ

  1. Rifampicin
  2. Rifampicin: จากวัณโรคสู่เยื่อบุตาอักเสบ
    1. สรุปสั้นๆ
    2. ภาพรวมฉบับย่อ
    3. ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
    4. หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
    5. หลักฐานจากวรรณกรรม
    6. ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย
    7. ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
    8. สรุปและขั้นตอนถัดไป
    9. ประเมินความเป็นไปได้ในการขอขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยก่อนนำไปใช้ทางคลินิก

## รายงานการประเมินของเภสัชกร

Using txgnn-pipeline skill — confirmed applicable. Now generating the report based on the Evidence Pack.


Rifampicin: จากวัณโรคสู่เยื่อบุตาอักเสบ

สรุปสั้นๆ

Rifampicin เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่ม rifamycin ที่ใช้เป็นยาหลักในการรักษาวัณโรค (Tuberculosis) และการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงชนิดอื่น เช่น โรคเรื้อน (Leprosy) ทั่วโลก โมเดล TxGNN คาดการณ์ว่าอาจมีผลต่อ เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) ปัจจุบันยังไม่มีการทดลองทางคลินิกที่ลงทะเบียนโดยตรง แต่มี วรรณกรรม 20 ฉบับ สนับสนุนแนวทางนี้ รวมถึง RCT ที่ใช้ยาหยอดตา Rifampicin ในผู้ป่วยโรคทราโคมาจากปี 1975


ภาพรวมฉบับย่อ

รายการ เนื้อหา
ข้อบ่งใช้เดิม วัณโรค (Tuberculosis) และการติดเชื้อแบคทีเรีย
ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)
คะแนนการทำนาย TxGNN 99.95%
ระดับหลักฐาน L3
สถานะการวางจำหน่ายในไทย ✗ ยังไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย
จำนวนใบอนุญาต 0 รายการ
คำแนะนำในการตัดสินใจ Hold

ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?

Rifampicin ออกฤทธิ์โดยยับยั้ง RNA polymerase beta subunit ของแบคทีเรียอย่างจำเพาะ ส่งผลให้หยุดการสังเคราะห์ RNA และหยุดการเพิ่มจำนวนของเชื้อ กลไกนี้มีประสิทธิภาพสูงต่อเชื้อก่อโรคหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของเยื่อบุตาอักเสบติดเชื้อ ได้แก่ Chlamydia trachomatis (สาเหตุหลักของโรคทราโคมา), Neisseria meningitidis (เยื่อบุตาอักเสบจากเมนิงโกค็อกคัส) และ Bartonella henselae (กลุ่มอาการ Parinaud oculoglandular ในโรค Cat-scratch disease)

ความเชื่อมโยงระหว่างข้อบ่งใช้เดิม (วัณโรค) และข้อบ่งใช้ใหม่ (เยื่อบุตาอักเสบ) อยู่ที่ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียกว้างขวาง Rifampicin มีฤทธิ์สูงสุดในบรรดายาปฏิชีวนะที่ทดสอบต่อ C. trachomatis (เมื่อเทียบตามน้ำหนักยา) ซึ่งถือเป็นเชื้อสำคัญในการก่อโรคตาแดงชนิดทราโคมา โรคที่ยังคงเป็นสาเหตุหลักของตาบอดที่ป้องกันได้ในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลักฐานทางคลินิกเบื้องต้นมีการยืนยันแล้วในการทดลองแบบสุ่มที่ควบคุม (RCT) ในตูนิเซียปี 1975 โดยใช้ยาขี้ผึ้งตา Rifampicin 1% วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 10 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับ Tetracycline และ Boric acid สำหรับรักษาโรคทราโคมาในเด็กนักเรียน อย่างไรก็ดี การทดลองทางคลินิกสมัยใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน GCP ด้วยสูตรยาตาที่ผ่านการพัฒนาและรับรองยังคงขาดแคลนอยู่มาก


หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก

ปัจจุบันยังไม่มีการลงทะเบียนการทดลองทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับ Rifampicin สำหรับการรักษาเยื่อบุตาอักเสบโดยตรง


หลักฐานจากวรรณกรรม

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
1096630 1975 RCT American Journal of Ophthalmology Rifampicin 1% ointment เทียบกับ Tetracycline และ Boric acid ในเด็กที่เป็นโรคทราโคมาในตูนิเซีย ใช้วันละ 2 ครั้งนาน 10 สัปดาห์ — เป็นหลักฐาน RCT โดยตรงที่สำคัญที่สุด
33457332 2020 Cohort Advanced Biomedical Research ประเมินสาเหตุของเชื้อแบคทีเรียและรูปแบบความไวต่อยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยเยื่อบุตาอักเสบในอิหร่าน
30347565 2018 Cohort Chinese Journal of Ophthalmology ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง genotype (MLST) และความไวต่อยาของ S. aureus ที่แยกได้จากผู้ป่วยแผลกระจกตาและเยื่อบุตาอักเสบ
15228931 2004 Cohort Anales de Pediatría สำรวจสาเหตุและรูปแบบความไวต่อยาปฏิชีวนะของเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียในเด็ก เพื่อสนับสนุนการรักษาเชิงประจักษ์
21484175 2011 Cohort Journal of Ophthalmic Inflammation and Infection ศึกษา bacteriology, antibiotic resistance patterns และ plasmid profiles ของเชื้อก่อเยื่อบุตาอักเสบในไนจีเรีย
8363150 1993 Cohort Anales Españoles de Pediatría เยื่อบุตาอักเสบในทารกแรกเกิด 50 ราย พบ 84% มีการเพาะเชื้อบวก เชื้อสำคัญได้แก่ S. epidermidis, S. aureus, S. pneumoniae, Chlamydia
6635446 1983 Review Reviews of Infectious Diseases Rifampin มีฤทธิ์สูงสุดต่อ C. trachomatis บนน้ำหนักยา และมีประสิทธิผลเทียบเท่า tetracyclines ทั้งในการรักษาทางเดินปัสสาวะและการรักษาโรคทราโคมาแบบทาเฉพาะที่
5005929 1971 Review Annals of Ophthalmology ทบทวนการใช้ Rifampicin ในทางจักษุวิทยาตั้งแต่ยุคแรกของการนำยามาใช้
14686993 2003 Case series Clinical Microbiology and Infection รายงาน Primary meningococcal conjunctivitis ในเด็กชาย 6 ขวบ ได้รับการรักษาด้วย rifampin ระบบหลังยืนยันการวินิจฉัย ไม่พบภาวะแทรกซ้อน
10537781 1999 Case series Current Opinion in Ophthalmology อาการทางตาของ Cat-scratch disease จาก B. henselae รวมถึง Parinaud's oculoglandular syndrome — บริบทที่ rifampicin ถูกพิจารณาใช้

ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย

Rifampicin ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) จากการสืบค้นฐานข้อมูล TFDA ไม่พบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องแม้แต่รายการเดียว หากต้องการนำยามาใช้ในประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนก่อน


ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย

กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา


สรุปและขั้นตอนถัดไป

การตัดสินใจ: Hold

เหตุผล: หลักฐานอยู่ในระดับ L3 — มี RCT จากปี 1975 สำหรับยาหยอดตาในโรคทราโคมาและการศึกษาเชิงสังเกตหลายฉบับ แต่ยังขาดการทดลองทางคลินิกสมัยใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน GCP นอกจากนี้ยา Rifampicin ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย และข้อมูลความปลอดภัย (MOA, คำเตือน, ข้อห้ามใช้) ยังไม่ครบถ้วน

หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:

  • ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา TFDA เพื่อรับข้อมูลคำเตือนและข้อห้ามใช้ (Data Gap DG001)
  • สืบค้นกลไกการออกฤทธิ์โดยละเอียดจาก DrugBank API (Data Gap DG002)
  • ออกแบบและดำเนินการทดลองทางคลินิกสำหรับสูตรยาหยอดตา Rifampicin ในผู้ป่วยเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียตามมาตรฐานสมัยใหม่
  • ประเมินความเป็นไปได้ในการขอขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยก่อนนำไปใช้ทางคลินิก


กลับขึ้นด้านบน

Copyright © 2026 Yao.Care. รายงานนี้มีไว้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

This site uses Just the Docs, a documentation theme for Jekyll.