Cabergoline

ระดับหลักฐาน: L4 ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 5 รายการ

สารบัญ

  1. Cabergoline
  2. Cabergoline: จากโปรแลคติโนมาสู่มะเร็งต่อมใต้สมองชนิดร้าย
    1. สรุปสั้นๆ
    2. ภาพรวมฉบับย่อ
    3. ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
    4. หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
    5. หลักฐานจากวรรณกรรม
    6. ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย
    7. ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
    8. สรุปและขั้นตอนถัดไป
    9. แผนการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยก่อนการศึกษาทางคลินิก

## รายงานการประเมินของเภสัชกร

Cabergoline: จากโปรแลคติโนมาสู่มะเร็งต่อมใต้สมองชนิดร้าย

สรุปสั้นๆ

Cabergoline เป็นยากลุ่มกระตุ้นตัวรับ dopamine D2 (dopamine agonist) ที่ใช้เป็นยาแนวทางหลักสำหรับเนื้องอกต่อมใต้สมองชนิดหลั่งโปรแลคติน (prolactinoma) และภาวะโปรแลคตินในเลือดสูง โมเดล TxGNN คาดการณ์ว่าอาจมีผลต่อ มะเร็งต่อมใต้สมองชนิดร้าย (Pituitary Adenocarcinoma) ปัจจุบันมีเพียง วรรณกรรม 3 ฉบับ ซึ่งเป็นรายงานผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องโดยอ้อมทั้งหมด ยังไม่มีการทดลองทางคลินิกที่ลงทะเบียนไว้สำหรับข้อบ่งใช้นี้


ภาพรวมฉบับย่อ

รายการ เนื้อหา
ข้อบ่งใช้เดิม เนื้องอกต่อมใต้สมองชนิดหลั่งโปรแลคติน (Prolactinoma) / ภาวะโปรแลคตินในเลือดสูง
ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย มะเร็งต่อมใต้สมองชนิดร้าย (Pituitary Adenocarcinoma)
คะแนนการทำนาย TxGNN 99.06%
ระดับหลักฐาน L4
สถานะการวางจำหน่ายในไทย ✗ ยังไม่มีการวางจำหน่าย
จำนวนใบอนุญาต 0 รายการ
คำแนะนำในการตัดสินใจ Hold

ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?

ปัจจุบันยังขาดข้อมูลกลไกการออกฤทธิ์โดยละเอียดในฐานข้อมูลทางการ อย่างไรก็ตาม จากบริบทในรายงานการทดลองทางคลินิกและวรรณกรรมที่รวบรวมได้ พบว่า Cabergoline ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นตัวรับ dopamine D2 (D2R) ที่แสดงออกบนเซลล์ต่อมใต้สมอง กลไกนี้ยับยั้งทั้งการหลั่งโปรแลคตินและการแบ่งตัวของเซลล์เนื้องอก ซึ่งเป็นพื้นฐานของประสิทธิผลในการรักษา prolactinoma ที่พิสูจน์แล้วมาหลายทศวรรษ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานจากการศึกษาในหลอดทดลองว่า Cabergoline กระตุ้นกระบวนการ autophagy และ apoptosis ในเซลล์เนื้องอกต่อมใต้สมองหลายชนิด รวมถึงชนิดไม่หลั่งฮอร์โมน (NFPA) และ ACTH adenoma

ความเชื่อมโยงระหว่าง Prolactinoma กับ Pituitary Adenocarcinoma คือเนื้องอกทั้งสองชนิดมีต้นกำเนิดจากเซลล์ adenohypophyseal เหมือนกัน ในทางทฤษฎี หากเซลล์มะเร็งยังคงแสดงออก D2R อยู่ Cabergoline ก็อาจยังมีฤทธิ์ยับยั้งได้บางส่วน ซึ่งสอดคล้องกับที่มีรายงานกรณี ectopic ACTH syndrome ที่ตอบสนองต่อ cabergoline

อย่างไรก็ตาม Pituitary Adenocarcinoma ถูกนิยามโดยการแพร่กระจายไปยังระบบประสาทส่วนกลางหรืออวัยวะอื่น เป็นโรคที่หายากมาก (พบน้อยกว่า 0.2% ของเนื้องอกต่อมใต้สมองทั้งหมด) วรรณกรรมที่มีอยู่ 3 ฉบับล้วนเกี่ยวข้องโดยอ้อม ยังขาดหลักฐานโดยตรงสำหรับมะเร็งชนิดนี้เป็นการเฉพาะ


หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก

ปัจจุบันยังไม่มีการลงทะเบียนการทดลองทางคลินิกที่เกี่ยวข้อง


หลักฐานจากวรรณกรรม

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
20497940 2010 Case series Endocrine Practice รายงานการจัดการระยะยาวด้วย octreotide หรือ cabergoline ในผู้ป่วย ectopic ACTH syndrome หลังผ่าตัดต่อมหมวกไต — ชี้ให้เห็นบทบาทของ cabergoline ในบริบทเนื้องอกต่อมไร้ท่อที่ผิดปกติ
41760078 2026 Case series Medicine รายงาน Multiple Endocrine Neoplasia type 1 (MEN1) ที่มีเนื้องอกต่อมไร้ท่อหลายชนิดซ้อนกัน บริบทที่เกี่ยวข้องกับเนื้องอกต่อมใต้สมองในกลุ่มอาการ MEN1
33569966 2021 Case series Revista espanola de enfermedades digestivas ผู้ป่วยที่มีประวัติเนื้องอกต่อมใต้สมองและรับ cabergoline ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน — หลักฐานทางอ้อมเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ pituitary adenocarcinoma

ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย

Cabergoline ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและไม่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทย (ไม่มีใบอนุญาตแม้แต่รายการเดียว)


ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย

กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา


สรุปและขั้นตอนถัดไป

การตัดสินใจ: Hold

เหตุผล: หลักฐานสำหรับ Pituitary Adenocarcinoma โดยเฉพาะมีเพียงรายงานผู้ป่วยทางอ้อม 3 ฉบับ (ระดับ L4) ยังไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินการต่อ ประกอบกับยาไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยและขาดข้อมูลความปลอดภัยในระบบ

หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:

  • ศึกษาการแสดงออกของ D2R ในเซลล์ Pituitary Adenocarcinoma โดยเฉพาะ (เพื่อยืนยัน therapeutic target)
  • การศึกษาก่อนคลินิก (in vitro / in vivo) สำหรับมะเร็งชนิดนี้
  • ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา (Prescribing Information) เพื่อรวบรวมข้อมูลคำเตือนและข้อห้ามใช้
  • แผนการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยก่อนการศึกษาทางคลินิก


กลับขึ้นด้านบน

Copyright © 2026 Yao.Care. รายงานนี้มีไว้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

This site uses Just the Docs, a documentation theme for Jekyll.