Loratadine

ระดับหลักฐาน: L1 ข้อบ่งใช้ที่ทำนาย: 10 รายการ

สารบัญ

  1. Loratadine
  2. Loratadine: จากโรคแพ้จมูกสู่ลมพิษจากภูมิแพ้
    1. สรุปสั้นๆ
    2. ภาพรวมฉบับย่อ
    3. ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?
    4. หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก
    5. หลักฐานจากวรรณกรรม
    6. ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย
    7. ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
    8. สรุปและขั้นตอนถัดไป
    9. พิจารณาความพร้อมของข้อมูลในประชากรไทย หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเฉพาะ เช่น เด็กหรือหญิงตั้งครรภ์

## รายงานการประเมินของเภสัชกร

Loratadine: จากโรคแพ้จมูกสู่ลมพิษจากภูมิแพ้

สรุปสั้นๆ

Loratadine เป็นยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่สองชนิดไม่ก่อง่วงซึม ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติสำหรับการรักษาโรคแพ้จมูก (Allergic Rhinitis) และลมพิษเรื้อรัง อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีทะเบียนยาในประเทศไทย โมเดล TxGNN คาดการณ์ว่ายานี้มีศักยภาพสำหรับ ลมพิษจากภูมิแพ้ (Allergic Urticaria) ซึ่งกลไกการยับยั้ง H1 Receptor ตอบสนองต่อพยาธิสรีรวิทยาของโรคนี้ได้โดยตรง ปัจจุบันมี การทดลองทางคลินิก 3 รายการ และ วรรณกรรม 18 ฉบับ สนับสนุนแนวทางนี้ โดยมีหลักฐานในระดับ L1


ภาพรวมฉบับย่อ

รายการ เนื้อหา
ข้อบ่งใช้เดิม โรคแพ้จมูก (Allergic Rhinitis) / ลมพิษเรื้อรัง (ข้อมูลสากล ยังไม่มีทะเบียนในไทย)
ข้อบ่งใช้ใหม่ที่ทำนาย ลมพิษจากภูมิแพ้ (Allergic Urticaria)
คะแนนการทำนาย TxGNN 98.98%
ระดับหลักฐาน L1
สถานะการวางจำหน่ายในประเทศไทย ✗ ยังไม่มีทะเบียนยา
จำนวนใบอนุญาต 0 รายการ
คำแนะนำในการตัดสินใจ Proceed with Guardrails

ทำไมการคาดการณ์นี้จึงสมเหตุสมผล?

Loratadine เป็นสารยับยั้ง Peripheral H1 Receptor แบบ Long-acting ที่มีความจำเพาะสูงต่อตัวรับ H1 บริเวณส่วนปลาย ไม่ผ่านด่านกั้นเลือดสมอง (Blood-Brain Barrier) จึงให้ฤทธิ์ต้านฮิสตามีนที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ก่อให้เกิดอาการง่วงซึม กลไกหลักคือการแข่งขันกับฮิสตามีนในการจับกับ H1 Receptor บนปลายประสาทรับความรู้สึก กล้ามเนื้อเรียบ และเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด ซึ่งยับยั้งได้ทั้งการขยายตัวของหลอดเลือด ความสามารถซึมผ่านที่เพิ่มขึ้น และอาการคัน

ลมพิษจากภูมิแพ้ (Allergic Urticaria) มีพยาธิสรีรวิทยาหลักคือ Mast Cell และ Basophil หลั่งฮิสตามีนออกมาเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ ฮิสตามีนที่ปล่อยออกมากระตุ้น H1 Receptor ทำให้เกิดผื่นบวม (Wheal and Flare) และอาการคัน ซึ่งตรงกับจุดที่ Loratadine ออกฤทธิ์ได้โดยตรง ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกและโรคจึงแข็งแกร่งมาก

ในระดับนานาชาติ Loratadine ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐ, EAACI และ WAO ว่าเป็นยาสายด่านแรกสำหรับ Chronic Urticaria มาหลายทศวรรษ ประกอบกับที่ TxGNN ให้คะแนนสูงถึง 98.98% ซึ่งสะท้อนถึงความสอดคล้องอย่างสูงระหว่างเครือข่ายโรค-ยาในฐานข้อมูลความรู้ชีวการแพทย์ขนาดใหญ่กับกลไกที่ทราบอยู่แล้วทางคลินิก


หลักฐานจากการทดลองทางคลินิก

หมายเลขการทดลอง ระยะ สถานะ จำนวนผู้เข้าร่วม ผลลัพธ์หลัก
NCT00762983 N/A เสร็จสิ้น 1,003 การสำรวจการใช้ยา Claritin® (loratadine) ในเด็กหลังวางตลาด เก็บข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์และประสิทธิผลการรักษาโรคภูมิแพ้ครอบคลุมลมพิษ พบผลลัพธ์ความปลอดภัยและประสิทธิผลเป็นที่น่าพึงพอใจ
NCT00757562 Phase 3 เสร็จสิ้น 97 ประเมินความปลอดภัยและความทนต่อยาของ desloratadine (metabolite หลักของ loratadine) ใน Atopic Pediatric Subjects และ Chronic Idiopathic Urticaria เด็กอายุ 2-12 ปี กลุ่ม Poor Metabolizer หลังให้ยาซ้ำ 5 สัปดาห์
NCT07101445 Phase 4 กำลังรับสมัคร 94 เปรียบเทียบ methylprednisolone กับ dexamethasone ในการป้องกันปฏิกิริยาภูมิแพ้จาก motixafortide ในผู้ป่วย Multiple Myeloma โดย loratadine อาจเป็นยาร่วมป้องกันในแนวทางนี้

หลักฐานจากวรรณกรรม

PMID ปี ประเภท วารสาร ผลลัพธ์หลัก
39549290 2024 RCT Iranian J Allergy Asthma Immunol เปรียบเทียบ mometasone nasal spray ร่วมกับ desloratadine ขนาดต่างกันกับ montelukast ในเด็กแพ้จมูก พบว่าการเพิ่มขนาด antihistamine มีประสิทธิผลดีขึ้นในการควบคุมอาการ
35593100 2022 Systematic Review & Meta-analysis Am J Rhinology & Allergy วิเคราะห์ RCT ของ bilastine ใน allergic rhinitis และ chronic urticaria พบประสิทธิผลมีนัยสำคัญ ยืนยัน Second-gen antihistamine เป็นยาสายด่านแรก
35396016 2022 Review Profiles Drug Subst Excip รายงานโปรไฟล์ครบถ้วนของ loratadine: เภสัชจลนศาสตร์ กลไกออกฤทธิ์ และประสิทธิผลใน rhinitis ลมพิษเรื้อรัง และหอบหืด
9951950 1999 Review Drugs ทบทวนเปรียบเทียบ antihistamine รุ่นสอง (loratadine, cetirizine, fexofenadine ฯลฯ) พบ loratadine มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยใกล้เคียงยาในกลุ่ม
7528133 1994 Review Drugs ทบทวนเภสัชวิทยาและการใช้ loratadine ใน allergic rhinitis และ urticaria พบดีกว่า placebo เทียบเท่า cetirizine, hydroxyzine ในการศึกษาควบคุมขนาดใหญ่
7530629 1994 Review Drugs ภาพรวมการรักษา urticaria ยืนยัน nonsedating antihistamine เป็น mainstay ของ chronic idiopathic urticaria โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยารุ่นแรก
16278258 2005 Review Ann Pharmacother ทบทวนประสิทธิผลและความปลอดภัยของ antihistamine รุ่นใหม่ใน allergic rhinitis และ chronic idiopathic urticaria ครอบคลุมการเลือกใช้ยาในทางปฏิบัติ
18336052 2008 Review Clin Pharmacokinetics เปรียบเทียบเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ของ desloratadine, fexofenadine, levocetirizine ใน AR และ chronic idiopathic urticaria
12113226 2002 Review Clin Allergy Immunol ยืนยันด้วย Level 1 evidence ว่า H1-antihistamine มีประสิทธิผลใน allergic rhinoconjunctivitis ในเด็ก และอาจเป็นประโยชน์ในหอบหืดระดับเล็กน้อย
27650241 2016 Review Am J Med Sci ประเมินความปลอดภัยของยาแก้แพ้รวมถึง loratadine ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีโรคภูมิแพ้ พบว่า loratadine เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัย

ข้อมูลการวางจำหน่ายในประเทศไทย

ปัจจุบันยังไม่พบทะเบียนยา Loratadine ในฐานข้อมูล Thai FDA (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2026) สถานะ: ไม่มีทะเบียนยา (0 รายการ)


ข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย

กรุณาดูข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยา


สรุปและขั้นตอนถัดไป

การตัดสินใจ: Proceed with Guardrails

เหตุผล: Loratadine มีหลักฐานสนับสนุนระดับ L1 สำหรับการรักษาลมพิษจากภูมิแพ้ กลไกการออกฤทธิ์ตรงกับพยาธิสรีรวิทยาของโรคอย่างชัดเจน และได้รับการยอมรับเป็นยาสายด่านแรกในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตามการที่ยังไม่มีทะเบียนยาในประเทศไทยและยังขาดข้อมูลความปลอดภัยในเอกสารกำกับยาฉบับไทยจำเป็นต้องดำเนินการอุดช่องว่างก่อนนำไปใช้

หากต้องการดำเนินการต่อต้อง:

  • ยื่นขอทะเบียนยา Loratadine จาก Thai FDA พร้อมระบุข้อบ่งใช้ลมพิษจากภูมิแพ้อย่างชัดเจน
  • ดาวน์โหลดและวิเคราะห์เอกสารกำกับยา (Package Insert) เพื่อเติมข้อมูลคำเตือนหลัก ข้อห้ามใช้ และกลไกการออกฤทธิ์ที่ยังขาดอยู่
  • ตรวจสอบปฏิกิริยาระหว่างยา (DDI) จากฐานข้อมูล DrugBank หรือ Drugs.com เพิ่มเติม โดยเฉพาะยาที่ยับยั้ง CYP3A4 และ CYP2D6
  • พิจารณาความพร้อมของข้อมูลในประชากรไทย หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเฉพาะ เช่น เด็กหรือหญิงตั้งครรภ์


กลับขึ้นด้านบน

Copyright © 2026 Yao.Care. รายงานนี้มีไว้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

This site uses Just the Docs, a documentation theme for Jekyll.